Site Overlay

แกงเทโพ อาหารไทยที่มีมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5

แกงเทโพ ประวัติความเป็นมา

       หากใครได้ยินชื่อเมนูนี้ ต้องแปลกใจว่า มันคือชื่อของแกง หรือส่วนประกอบใดในเมนูนี้ และวันนี้ แอดมิน จะมารวบรวมเกี่ยวกับข้อมูลของอาหารชนิดนี้ ให้ฟังกันค่ะ ต้องขอบอกก่อนเลยนะคะว่า เมนูนี้ชื่อเรียกมาจากปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งของไทยค่ะ ซึ่งเป็นปลาโบราณ และหายากมาก ๆ ที่คนในอดีตนำปลาชนิดนี้มาทำอาหารก็เพราะว่าท้องปลามีมันมาก นำมาปรุงเป็นแกงแล้ว จะทำให้อร่อยกว่าใช้ปลาหรือเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ที่ไม่ค่อยมีความมันสักเท่าไหร่

       และในปัจจุบันอาจไม่ค่อยมีใครเคยได้ยิน หรือว่าคุ้นชื่อกับปลาชนิดนี้ หากไม่เคยรู้จักกับอาหารไทยนี้ ก็เพราะว่า ปลาชนิดนี้ ก็ใกล้จะสูญพันธุ์แล้วนั่นเอง ซึ่งคนแรกที่ได้ค้นพบกับปลาชนิดนี้นั้น อยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2466 พบเจอโดย นักวิชาการประมง เป็นชาวอเมริกัน มีชื่อว่า ดร. ฮิวจ์ แมคคอร์มิค สมิธ (Hugh McCormick Smith) และเป็นอธิบดีกรมประมงคนแรก กับหลวงมัศยจิตรการ (ประสพ ตีระนันท์) มีความรู้และความสามารถในการวาดภาพปลาที่ดีเยี่ยม ผลงานจึงมีคุณค่าทั้งทางวิชาการและศิลปะ ได้ออกสำรวจเก็บข้อมูลเกี่ยวกับปลาในประเทศไทย ซึ่งในบันทึก ได้บอกรายละเอียดของปลาไว้ว่า เป็นปลาไม่มีเกล็ดขนาดใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นที่รู้จักกันทั่วไป และมีชุกชุมในลำน้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำติดต่อของภาคกลางที่กรุงเทพฯ, นนทบุรี, อยุธยา ลพบุรี และแม่น้ำแม่กลอง ที่บ้านโป่ง รูปร่างคล้ายกับปลาสวาย ซึ่งเป็นปลาที่อยู่ในสกุลเดียวกัน แต่ปลาชนิดนี้จะมีจุดสังเกตที่ต่างจากสวายก็ตรงที่ดำเหนือครีบอก มีหลังเป็นสีน้ำเงินปนเทา หัวเขียวอ่อน ช่วงท้องเป็นสีเงิน

        อีกทั้ง กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนหนึ่งกล่าวถึงแกงอีกด้วย ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ได้อย่างดีว่า เป็นเมนูที่มีมาอย่างยาวนาน และด้วยเนื้อที่มีความมัน อร่อย จึงทำให้ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เลยทำให้ปลาหายากและในปัจจุบันไม่ได้ใช้เนื้อปลาทำ แต่ใช้หมูทำ ก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ

แกงเทโพ

แกงเทโพ วิธีทำ

       วันนี้ แอดมินก็มีสูตรเด็ดเคล็ดลับของเมนูนี้ มาให้ทุกท่านลองทำตามกันดูอีกด้วยค่ะ เริ่มจากการการเตรียมส่วนผสม 1.หมูสามชั้น 2.น้ำพริกแกงเผ็ด 3. หัวกะทิ 4. หางกะทิ หรือน้ำกะทิ 5.มะขามเปียก 6.ผักบุ้งไทย 7. น้ำปลา 8. น้ำตาลปี๊บ 9.เกลือป่น 10.มะกรูดหั่นแว่น 11.ใบมะกรูด

วิธีทำ

     1. ตั้งกระทะใช้ไฟกลาง เทหัวกะทิลงไปครึ่งหนึ่ง รอจนเดือดและแตกมัน ใส่น้ำพริกแกงลงไป ผัดผสมจนเข้ากัน พอกลิ่นหอมและแตกมัน ใส่หมูสามชั้นลงไป ผัดพอหมูสุก ค่อย ๆ เทน้ำกะทิลงไป จากนั้นก็เร่งไฟให้แรงขึ้น

     2. ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก เกลือป่น และน้ำปลา รอให้เดือด จากนั้นก็ชิมรสชาติ

     3. พอได้รสที่พอดี ก็เร่งไฟให้น้ำแกงเดือดจัด ใส่ผักบุ้งกับลูกมะกรูดลงไป กดให้ผักบุ้งจมน้ำ จากนั้นก็รอให้เดือดและผักบุ้งสุกนิ่ม การเร่งไฟจะช่วยให้ผักนิ่มและยังคงความกรอบไว้อยู่ จากนั้นโรยใบมะกรูด ราดด้วยหัวกะทิที่เหลืออีก 1/2 ถ้วย คนให้เข้ากัน พอเดือดอีกรอบก็ ปิดไฟ ตักใส่ชามพร้อมรับประทานได้เลยค่ะ

        เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเมนูเก่าแก่เมนูนี้ ทำไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ และที่สำคัญนั้น ยังเป็นเมนูอาหารที่ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน โปรตีนจากเนื้อหมู และจากผัก ที่ได้รับวิตามิน ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงและมีภูมิต้านทานอีกด้วยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม นาเบะ มารู้จักกับเมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต thebigbreach.com