Site Overlay

นาเบะ มารู้จักกับเมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่น

นาเบะ ประวัติความเป็นมา

ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกประเทศที่มีเอกลักษณ์ทางด้านอาหารการกินมาก ๆ โดยเฉพาะ เมนูที่มีความเรียบง่ายและมีความหมายที่ลึกซึ้ง จนบางที เราก็อาจเกิดความสงสัยว่า มันลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ วันนี้แอดมินก็จะพาไปรู้กับกับเมนูเรียบง่าย ที่ไม่ธรรมดานี้กันมากขึ้นค่ะ ต้องบอกก่อนเลยนะคะว่าในอดีต เมนูนี้เป็นเมนูการสร้างความสัมพันธ์ ของนักกีฬา ซูโม่ ในอดีตค่ะ ซึ่งมีอีกชื่อเรียกว่า จังโกะนาเบะ หรือบางท่านอาจได้ยินหม้อไฟของซูโม่

แต่เดิมทีเป็นอาหารของนักซูโม่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมนูนี้ก็มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เลยทีเดียวเชียว ยาวนานมาก ๆ ซึ่งเมนูนี้ ที่ให้นักซูโม่ทานนั้น เพราะต้องการให้นักกีฬาควบคุมน้ำหนักนั่นเอง ถึงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า การเป็นนักซูโม่ ต้องใช้พลังงาน และขนาดตัวที่ใหญ่ ต้องควบคุมน้ำหนักด้วยหรือ ใช่ค่ะ พวกเขาต้องคุมอาหาร และคุมน้ำหนักด้วย เพราะในการแข่งขันแต่ละครั้ง ก็จะมีรุ่นต่าง ๆ ตามขนาดตัว และยังเป็นเมนูที่ให้ความอบอุ่นร่างกายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ ทำให้ระบบย่อยดี เพราะเป้นอาหารที่ไม่หนักท้อง หากรับประทานก่อนการแข่งขัน ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุอย่างอาหารไม่ย่อย เป็นต้น และจากที่เป็นเมนูที่กินกันเฉพาะนักซูโม่ ก็ได้เผยแพร่ตามกาลเวลา จนมีขายให้แก่คนทั่วไปในยุคปัจจุบัน และยังได้ความนิยมอีกด้วย

และบางคน อาจสงสัยว่า จะมีจริงหรือ อาหารซูโม่ มีจริง ๆ ค่ะ เพราะในที่เรียวโกกุ  มีย่านขงซูโม่ด้วยนะคะ อยู่แถว กรุงโตเกียว ที่ตั้งชื่อแบบนี้เพราะเมื่อก่อนเป็นย่านอาหารของซูโม่ยังไงล่ะ

นาเบะ

นาเบะ วิธีการทำสไตล์โฮมเมด

เนื่องจากเป็นเมนูต้ม จึงทำให้กรรมวิธีไม่ได้ยากจนเกินไป และเมนูนี้จะมีลักษณะเป็นหม้อไฟโดยใช้น้ำซุปจากน้ำต้มโครงไก่ วัตถุดิบประกอบนั้นจะมีเนื้อสัตว์ อาหารทะเล เห็ดและผักต่างๆ นานาชนิด รวมถึงเนื้อปลาเต้าหู้ญี่ปุ่น หรือลูกชิ้น  ที่เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงที่เป็นอาหารญี่ปุ่นอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวสวย ไข่ตุ๋น เทมปุระ อูด้ง ซูชิ ซาซิมิ ที่ค่อนข้างจัดเต็มมาก ๆ วันนี้แอดมินก็จะมาบอกเคล็ดลับในการทำให้ทุกท่านรับประทานกันได้ง่าย ๆ จากที่บ้านอีกด้วยค่ะ เริ่มจากการเตรียมวัตถุดิบ 1. เนื้อหมูสไลด์อย่างดี 2.กุ้ง 3.ปลาหมึก 4.โครงไก่ 5.เต้าหู้ญี่ปุ่น 6. สาหร่ายคอมบุ หรือสาหร่ายวากาเมะ 7.ปลาโออบแห้ง 8.โชยุ 9. มิริน  10. สาเก 11. ผักกาด 12. ลูกชิ้นปลาคามาโบโก 13.เต้าหู้ปลา 14.เส้นบุก 15.ต้นหอมญี่ปุ่น 16.แครอท

ในส่วนของวิธีทำก็ไม่ยากเลย เริ่มจาก

1.การเตรียมน้ำซุป โดยการเอาโครงไก่ไปต้ม และใส่ปลาโอไปด้วย เพื่อเพิ่มความหอมให้แก่เมนูนี้ ต้มจนตัวไก่เปื่อยดี แล้วพอได้น้ำซุปจากตัวไก่และปลาโอแล้ว ให้ใส่มิริน โชยุ สาเก เพิ่มลงไปเพื่อให้รสชาติดียิ่งขึ้นค่ะ

2.เมื่อน้ำซุปได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จัดจาน จัดวัตถุดิบของเรา ที่เตรียมไว้เลยค่ะ เริ่มจากเตรียมเนื้อสัตว์จัดไว้ตรงกลางกับเต้าหู้ และรอบนอกของจานนั้น จัดผักอย่างสวยงาม

3.เมื่อจัดเสร็จแล้ว ก็เตรียมลงหม้อได้เลยค่ะ โดยเราจะจิ้มกับโชยุนั่นเอง แต่ที่ไทยอาจปรับเปลี่ยนเป็นจิ้มเพิ่มกับน้ำจิ้มสุกี้เพิ่มก็ได้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบค่ะ

ช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ หากทุกท่านกำลังคิดเมนูอาหารไม่ออก แอดมินก็แนะนำเมนูที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ ทำรับประทานช่วงเย็น ๆ หรือช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงอากาศที่หนาวแบบนี้ ทานพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว หรือคนรัก ก็ทำให้อากาศหนาว ๆ นี้ อบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะ อย่างไรแอดมินก็ขอให้รับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยนะคะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แกงเขียวหวาน อาหารไทย อร่อยถูกใจทุกคน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต volunteersonvacation.org