หมูสะเต๊ะ ประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ

หากจำความได้ เมนูอาหารไทยชนิดนี้ ก็อยู่คู่กับชาวไทยมาอย่างเนิ่นนาน และอาหารชนิดนี้ที่แอดมินได้มาแนะนำกัน ก็จัดว่าเป็นอาหารว่างแสนอร่อย ที่ใคร ๆ ก็ต่างต้องเคยรับประทานกันอย่างแน่นอน ด้วยรสชาติที่เข้มข้น มีความ หอม หวาน มัน ตัดกับน้ำจิ้ม ที่มีความเผ็ดร้อน และมีส่วนประกอบของถั่ว ที่มีความกรุบกรอบ ย่งทำให้เมนูนี้นั้น เป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน

ซึ่งแต่เดิมนั้นเมนูนี้ จะเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ใช้เนื้อหั่นบางหรือหั่นเป็นก้อน อาจจะเป็นเนื้อหมูเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือแม้กระทั่งเนื้อปลา เสียบด้วยไม้ที่ทำจากไม้ไผ่ แล้วย่างบนเตาฟืนหรือเตาถ่าน เสิร์ฟพร้อมเครื่องปรุงที่มีรสจัดๆ ซึ่งแตกต่างกันไปแต่ละท้องที่ ซึ่งเชื่อว่าอาหารชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากเกาะชวา หรือเกาะสุมาตราในประเทศอินโดนีเซีย แต่ก็ได้รับความนิยมมาทั่ว ทั้งแถบเอเชียน รวมถึงประเทศไทยด้วยค่ะ และในไทยนั้นก็ได้ปรับจนกลายเป็นเมนูอาหารไทยที่ถูกปากหลายๆท่าน

ซึ่งเชื่อกันว่าสะเต๊ะนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากคาบับที่เป็นอาหารพื้นเมืองของอินเดียภาคเหนือ ที่เชื่อกันว่าได้รับอิทธิพลจากชาวเตอร์กของตอนหนึ่ง ที่เป็นชาวตุรกี เสียดายหั่นเนื้อแพะเป็นชิ้นแล้วหมัก จากนั้นก็เสียบเหล็กแหลมย่างไฟ และชาวอินเดียและเปอร์เซียก็ได้ปรับ และดัดแปลงอาหารชนิดนี้ จนแพร่หลายมาถึงเขต มลายู ชวา จนทำให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น และประเทศไทยก็ได้รับอิทธิพล จนกลายเป็นอาหารประจำชาติของไทยเรานั่นเองค่ะ

วัตถุดิบและวิธีทำ หมูสะเต๊ะ

แอดมินต้องขอบอกเลยว่า เมนูนี้ ถึงแม้จะดูมีขั้นตอนที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ความเป็นจริงนั้น ทำได้ไม่ยากเลยค่ะ วัตถุดิบที่ต้องเตรียม มีดังนี้ค่ะ สะโพกหมูสไลด์ ข่าสับ ผงยี่หร่า ลูกผักชีคั่ว ผงขมิ้น ผงกระหรี่ เกลือ น้ำตาลทราย นมสด หัวกะทิ พริกไทยป่น  และต่อมา ก็เป็นวัตถุดิบในส่วนของน้ำจิ้มค่ะ ถั่วลิสงคั่ว พริกแกงมัสมั่น กะทิ พริกแกงแดง น้ำตาลปิ๊บ น้ำมะขามเปียก เหลือป่น เห็นมั้ยคะว่า เตรียมไม่เยอะเลย มาค่ะ ขั้นตอนต่อไป เรามาเริ่มทำเมนูของว่างสุดอร่อย ๆ กันเลยค่ะ

1. เริ่มจากการทำเนื้อหมู นำลูกผักชีคั่ว ข่าสับ ตะไคร้ โขลกให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกันค่ะ จากนั้น นำวัตถุดิบทั้งหมดผสมลงในชาม แล้วก็นำกะทิ น้ำตาลปี๊บ ผงกะหรี่ ผงขมิ้น พริกไทยป่น เกลือ ลูกยี่หร่า คลุกเคล้าและผสมให้เข้าไปด้วยกัน แล้วหมักไว้ในตู้เย็น สามถึงสี่ชั่วโมง หรือจะมากกว่านั้นก็ยิ่งได้ค่ะ เพราะยิ่งหมักนานจะทำให้รสชาติของเนื้อนั้นเข้มข้นและกลิ่นจะเข้าซึมไปในเนื้อมากขึ้น

2. จากนั้นเราก็มาทำ น้ำที่ใช้สำหรับทาเนื้อหมูตอนย่างกันค่ะ โดยใช้กะทิและนมสดผสมเข้าด้วยกันเพียงเท่านั้นเองค่ะ

3. เปามาแล้วก็จะมาทำน้ำจิ้มกันค่ะ โดยนำกะทิ พริกแกงมัสมั่น พริกแกงแดง ลงไปผัดรวมกันจนกะทิเริ่มแตกมัน

4. เมื่อกะทิเริ่มแตกมาแล้ว ก็ให้ใส่น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และเกลือป่น แล้วคนและเคี่ยวให้ทุกอย่างเข้ากัน เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วชิมรสชาติรู้สึกว่ารสชาติถูกปาก จากนั้นก็เติมถั่วลิสงป่นลงไป คนให้เข้ากันอีกซักรอบ แล้วก็ปิดไฟ พร้อมเสริฟได้เลยค่ะ

เห็นไหมคะว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำตามได้ไม่ยากเลย ถ้า ใครที่ยังไม่เคยทำแล้วลองทำนั้น อาจจะคิดว่าการเตรียมของนานและอาจจะค่อนข้างยาก แต่แอดมินเชื่อค่ะ ว่าทุกท่านทำได้ และถ้าหากใครที่ต้องการอย่างแต่ว่าไม่มีเตาถ่าน แอดมินขอแนะนำหม้ออบลมร้อนหรือ สามารถนำไปจี่ในกระทะก็ได้นะคะ อร่อยเหมือนกันค่ะ อย่างไรแอดมินก็ขอให้ทุกท่านนั้น รับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกันนะคะ พบกันใหม่สำหรับบทความหน้าค่ะ

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ อาหารญี่ปุ่น คานิมิโซะ อาหารญี่ปุ่นที่หาทานยาก

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต คาสิโนออนไลน์อันดับ1