น้ำพริกอ่อง ประวัติความเป็นมา

            สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้แอดมินก็มีเมนูอาหารไทยจากทางภาคเหนือมาแนะนำให้ทุกท่าน ได้รู้จักเกี่ยวกับประวัติและรู้จักกับรสชาติที่แท้จริงของอาหารชนิดนี้ ให้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ เพราะอาหารชนิดนี้นั้น แค่เพียงได้ยินชื่อครั้งแรกก็สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกท่านเลยใช่มั้ยคะ ด้วยชื่อที่มีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก

                ซึ่งตามประวัติแล้วล่ะก็ บางแห่งก็บอกได้ว่า มาจากชาวพม่า ที่มีชื่อว่า อ่องหม่อง ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มของเมนูนี้ขึ้นมา บางก็บอกว่า คำว่า อ่อง นี้ คือคำพื้นเมืองของภาคเหนือ ที่แปลได้ว่า มันข้น ที่มีลักษณะเดียวกับสีของน้ำพริก ที่มีสีจัดจ้าน และรสชาติเข้มข้น แต่ไม่เผ็ดมาก ทำให้ผู้คนจากที่อื่นและทั่วสารทิศ ต่างชื่นชอบเมนูนี้

                และเมนูนี้ นอกจากจะมีความอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์จากวัตถุดิบหลัก นั่นก็คือ มะเขือเทศนั่นเองค่า ที่มีลูปีนและเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย และก็ยังช่วยในเรืองผิวพรรณได้ดีอีกด้วยค่ะ และเมื่อรับประทนคู่กับผักสดที่จัดเคียงกับน้ำพริก ยิ่งเป็นประโยชน์มาก ๆ อีกด้วย เรียกได้ว่า นี่ก็เป็นอีกเมนูหนึ่ง ที่ได้รับสารอาหาร อย่างครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อร่างกายง่าย ๆ ไม่ต้องพึ่งวิตามินสำเร็จรูปอีกด้วยนะคะ

วัตถุดิบและวิธีทำ น้ำพริกอ่อง

            และแน่นอนว่า ไม่แต่เพียงแอดมินจะมาบอกแค่คุณประโยชน์ของเมนูนี้แต่วันนี้ แอดมินก็ยังได้มีสูตรเด้ดเคล็ดลับของอาหารชนิดนี้ ให้ทุกท่านได้เลือกสรรกันทำอีกด้วยนะคะ และก็เป็นเมนูที่ดีต่อสาว ๆ เพราะมีลูปีนจากมะเขือเทศ ที่มีส่วนช่วยในด้านริ้วรอย ที่เป็นปัญหาหลัก ของสาว ๆ อีกด้วยค่ะ วัตถุดิบมีดังนี้ค่ะ หมูสับ มะเขือส้ม(มะเขือเทศลูกเล็ก) กะปิ รากผักชี กระเทียม ผักชี น้ำมันพืช พริกแห้ง เมื่อเตรียมของครบแล้ว เราก็มาเริ่มทำกันเลยดีกว่าค่ะ

  1. นำพริกแห้งมาแช่น้ำ ให้เกิดความนุ่มขึ้น เพื่อที่จะให้เวลาโขลกเป็นน้ำพริกนั้น ละเอียดและตำง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ
  2. เมื่อพริกแห้งที่แช่น้ำอ่อนนิ่มขึ้น ก้ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ และโขลกพร้อมกับ รากผักชี กระเทียมได้เลยค่ะ
  3. เมื่อโขลกจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้ใส่กะปิลงไปได้เลยค่ะ ใส่เพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสเค็มเท่านั้นนะคะ ประมาณครึ่งช้อนโต๊ะค่ะ จากนั้นนำหมูสับมาโขลกรวมกับน้ำพริก และใส่มะเขือเทศลูกเล็ก ประมาณ 3-4 ลูกในขั้นตอนนี้ได้เลยค่ะ ตำพอให้มะเขือเทศแตกเล็กน้อยเท่านั้น ก็เป็นอันใช้ได้ค่ะ
  4. เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็ทำการตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน แล้วใส่กระเทียมสับ คั่วให้เกิดกลิ่นหอมจากนั้น ใส่หมูที่เราโขลกรวมกับน้ำพริกได้เลยค่ะ
  5. จากนั้นรวนจนหมูเริ่มสุก ต้องยีให้ไม่ติดกับเป็นก้อนด้วยนะคะ จากนั้นคั่วไปเรื่อย ๆ จนหมูสุก และเบาไฟลง เติมน้ำเปล่าเพื่อให้มะเขอเทศนั้นสุกนั่นเองค่ะ
  6. เบาไฟลงจนมะเขือเทศสุก ชิมรสชาติจนกว่าจะพอใจ เมื่อชอบแล้ว ก็หั่นผักชีที่ได้เตรียมไว้โรยหน้า จากนั้นปิดเตาพร้อมเสริ์ฟได้เลยค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับเมนูนี้ที่แอดมินนำมาฝากกันวันนี้ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ นอกจากจะอร่อยแล้ว ก็ยังมีประโยชน์มาก ๆ อีกด้วยนะคะ และถ้าหากใครชื่นชอบรับประทานคู่กับผัก กับแคบหมู จะยิ่งเพิ่มความอร่อยแน่นอนค่า หากทานเป็นประจำ รับรองเลยว่านอกจากจะอิ่มท้อง ได้รับวิตามิน ผิวก็จะสวยใสแบบคนเหนือแน่นอนค่ะ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม ได้ที่ คาเปรเซ่สลัด เมนูเรียกนำย่อยจากอีตาลี

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต สมัครเว็บตรงไม่มีขั้นต่ำ